ตามหาสถานีทีวีเพื่อเด็ก
ตามหาสถานีทีวีเพื่อเด็ก
โดย: จินตะ
รายการทางทีวีของเด็กที่ควรดูจะเป็นแบบไหนดี
องค์การยูนิเซฟและคณะกรรมระหว่างประเทศของวิทยาลัย โทรทัศน์และศาสตร์แห่งชาติหรือนาตาส ได้ริเริ่มให้มี “วันโทรทัศน์และวิทยุเพื่vเด็ก” (International Children’s Day of Broadcasting) ในวันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคม และแม้รัฐบาลไทยจะเปิดทางด้วยมติคณะรัฐมนตรีมากว่า 2 ปีแล้วก็ตาม...เกิดอะไรขึ้นบ้างวงการทีวีบ้านเรา เราควรมีรายการทีวีเพื่อเด็กแบบไหน Kids and School ขอเชิญคนอื่นที่น่ารักร่วมเดินทางตามหาสถานีทีวีเพื่อเด็กไปพร้อมกันเลยค่ะ
เมื่อถึงวันโทรทัศน์และวิทยุเพื่อเด็กเวียนมาถึงในเดือนสุดท้ายของปี สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ทั่วโลกจะออกอากาศรายการคุณภาพที่เกี่ยวกับเด็ก และเพื่อเด็ก ที่สำคัญกว่านั้นยังเปิดโอกาสให้เด็กเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตรายการ เด็กๆ จากประเทศต่างๆ ได้กลายมาเป็นผู้สื่อข่าว เป็นผู้ควบคุมการผลิต เป็นผู้ถ่ายทำด้วยตนเอง ได้บันทึกเทปและรายงานเรื่องราวที่พวกเขาต้องการให้โลกได้ยินได้ฟัง และได้รับรู้ด้วยตนเอง เพื่อสื่อความฝันและความคิดเห็นของเขาผ่านสื่อต่างๆ ไปยังผู้ใหญ่และผู้บริหารของประเทศ
ในปัจจุบัน มีสื่อมวลชนทั้งด้านวิทยุและโทรทัศน์เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมวัน โทรทัศน์และวิทยุเพื่อเด็กมากกว่า 2,000 รายทั่วโลก ทำให้วันนี้มีความสำคัญและมีความเป็นสากลอย่างยิ่งอีกวันหนึ่ง เพราะหัวใจของความสำเร็จของวันโทรทัศน์และวิทยุเพื่อเด็กนี้ก็คือ การมีส่วนร่วมของเด็ก
จับตาสถานการณ์
สำหรับเมืองไทย นับตั้งแต่ 4 พฤศจิกายน 2546 ที่มีมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้สื่อโทรทัศน์ จัดสัดส่วนเวลาสำหรับเนื้อหาสาระของรายการทีวีเพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัวร้อยละ 10-15 ของเวลาออกอากาศทั้งหมด และกำหนดให้ต้องมีเวลาออกอากาศในช่วง 18.00-22.00 น. อย่างน้อย 1 ชั่วโมง
ผลการศึกษารายการทีวีไทย
โครงการศึกษาเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคมที่ได้ศึกษาของโครงการการเฝ้าระวังสื่อละครโทรทัศน์ยิ่งทำให้พ่อแม่และเด็กไทยเจอทางตันและไร้ทางเลือกเข้าไปทุกที
1. ละครยึดเวลาครอบครัว
คงพูดได้ไม่ผิดว่าช่วงเวลา 16.00 - 22.00 น. เป็นเวลาโทรทัศน์สำหรับครอบครัว ที่สมาชิกทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด แต่กลับพบว่าเวลารายการโทรทัศน์ส่วนใหญ่มักเป็นรายการประเภทละคร
2. ความรุนแรงสูง
พบว่าละครส่วนใหญ่มีการนำเสนอเนื้อหาความรุนแรงในปริมาณมากที่สุด (3.29 ครั้ง/ชั่วโมง) รองลงมาคือเนื้อหาเรื่องอคติและภาพตัวแทน (1.34 ครั้ง/ชั่วโมง) โดยที่เนื้อหาทางเพศ และภาษาอยู่ในระดับต่ำคือ เพียง 0.25 และ 0.13 ครั้งต่อชั่วโมงเท่านั้น ส่งผลกระทบทางลบต่อพฤติกรรมเด็ก เช่น ความรุนแรง ก้าวร้าว
3. ละครหัวค่ำเน้นความรุนแรง
ละครช่วงหัวค่ำซึ่งเน้นผู้ชมกลุ่มเด็กและเยาวชน มีปริมาณเนื้อหาความรุนแรง ภาพตัวแทน และเรื่องเพศมากกว่าละครช่วงดึกซึ่งเน้นกลุ่มผู้ชมเป็นผู้ใหญ่เป็นหลัก
4. โฆษณาเกินกำหนด
กรมประชาสัมพันธ์ได้กำหนดสัดส่วนของการโฆษณาสินค้าและบริการต่อเนื้อหาว่า “ให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ทำการโฆษณาและบริการธุรกิจได้ไม่เกินชั่วโมงละ 12 นาที 30 วินาที แต่เมื่อรวมเวลาโฆษณาและบริการธุรกิจตลอดทั้งวัน เฉลี่ยต้องไม่เกินชั่วโมงละ 12 นาที แต่พบว่าสถานีโทรทัศน์ทุกช่องมีสัดส่วนการโฆษณาในรายการละครต่อชั่วโมงเกินค่าที่กำหนด
ตามหาสถานีทีวีเพื่อเด็ก
เมื่อฟรีทีวีเต็มไปด้วยโฆษณาและรายการที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมกับการเรียนรู้ของเด็ก พ่อแม่หลายคนจึงหันมาเลือกรายการยูบีซี แผ่นซีดี ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และยังมีบางประเด็นที่ตอบสนองความต้องการไม่ได้ทั้งหมด จึงถึงเวลาแล้วที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต้องหันมาเรียกร้องเพื่อให้เกิดสื่อดีๆ ด้วยการมีส่วนร่วมในรูปแบบต่างๆ ค่ะ
1. ยุทธศาสตร์สื่อเพื่อเด็ก
คุณเข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการแผนพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนและครอบครัว สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงยุทธศาสตร์สื่อเพื่อเด็กว่า “องค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและต้องการสนับสนุนให้เกิดสื่อที่เหมาะกับการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน ได้รวมตัวกันขึ้นเพื่อให้เกิดทีวีเพื่อเด็ก โดยมีเครือข่ายต่างๆ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนให้สังคมตระหนักถึงประโยชน์ที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ผ่านรายการที่มีคุณภาพ ตลอดจนเห็นถึงโทษที่อาจเกิดกับเด็กเมื่อชมรายการที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากรายการสำหรับเด็กที่มีไม่เพียงพอแล้ว บนฟรีทีวียังเต็มไปด้วยรายการที่ไม่เป็นประโยชน์แก่การเรียนรู้ของเด็กอีก”
2. รางวัล “คิดอะวอร์ด”
การให้เด็กๆ ได้ร่วมโหวตคะแนนรายการที่ชอบก็เป็นอีกทางหนึ่งในการแสดงความคิดเห็นของเด็กๆ ผ่าน www.childmedia.net และเครือข่ายเด็ก เยาวชน เพื่อหารายการและสถานีโทรทัศน์ในดวงใจ
3. Workshop และเวทีแลกเปลี่ยน
อาทิ กลุ่มผู้ผลิตสื่อโทรทัศน์เพื่อเด็ก หรือมีชื่อเล่นว่าทีวีดีดี โดยมีน้าอ้าว เกียรติสุดา ภิรมย์ แห่งรายการเจ้าขุนทองเป็นหัวหน้าคณะทำงานได้จัดมหกรรมทีวีดีดีเพือเด็กและเยาวชนครั้งที่ 1 เพื่อจุดประกายให้กับผู้ทำรายการโทรทัศน์หน้าใหม่ที่มีคุณภาพสำหรับเด็ก
ด้วยความร่วมแรงร่วมใจที่จะบอกความต้องการของเด็กและคุณพ่อคุณแม่ในฐานะผู้บริโภคสื่อ พลังเหล่านี้จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดสถานีทีวีที่มีรายการเพื่อเด็กและครอบครัว ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังตามหาสถานีที่ว่า...คุณและเจ้าตัวเล็กได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ค่ะ
ที่มา http://www.momypedia.com/knowledge/preschool/detail.aspx?no=10874&title=%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81http://www.momypedia.com/
คลังบทความ
-
►
2010
(1)
- ► กุมภาพันธ์ (1)
-
▼
2009
(13)
-
▼
พฤศจิกายน
(11)
- ข้อเสนอในการเปิดพิ้นที่รายการโทรทัศน์สร้างสรรค์เพื...
- ใครเป็นใครในภาคีทีวีเด็กปฐมวัย
- สถานัทีวีของเด็กกับนานาเหตุผล...
- All I Really Need To Know I Learned In Kindergarten
- ภาพเก็บตกงานสัมมนารายการเด็กดีดีมีที่ไหน
- รวบรวมบทความเกี่ยวกับรายการโทรทัศน์สำหรับเด็กที่เค...
- ภาพบรรยากาศงานมหกรรมสื่อสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยา...
- ตามหาสถานีทีวีเพื่อเด็ก
- สาส์นจาก คันชีวู
- ฟรี! อบรมบ่มเพาะคนทำนิทานทีวี รุ่นเห็ดเข็มทอง
- เชิญร่วมสัมมนา "รายการทีวีเด็กดีดี.. มีที่ไหน?"
-
▼
พฤศจิกายน
(11)
Kid TV Network คือใคร?
การรวมพลคนปรารถนาดีที่จะทำรายการทีวีเพื่อเด็กปฐมวัย
ความเป็นมา
โครงการอบรม “บทเพลงสถานีสร้างสรรค์รายการเพื่อเด็ก”ณ สตูดิโอเห็ดหรรษา มีคุณภัทรจารีย์ อัยศิริ หรือ “น้านิต แห่งสโมสรผึ้งน้อย” เจ้าของสถาบันเพื่อการเรียนรู้เห็ดหรรษา เป็นผู้ดำเนินการอบรม โดยได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจาก สสส. ระหว่างเดือนมีนาคม - มิถุนายน ๒๕๕๒
แม้ โครงการอบรมสิ้นสุดลง แต่ความสัมพันธ์ของกลุ่มต่างๆ ยังคงต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดไอเดียของกลุ่มผู้เข้าอบรมขึ้นเป็นรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก มี “น้านิต” เป็นแกนนำ และสตูดิโอเห็ดหรรษาเป็นศูนย์กลางการพบปะสังสรรค์
ภาคีทีวีเด็ก กับวิสัยทัศน์ & พันธกิจ : สร้างสรรค์ “สถานีทีวีเด็ก” ... เติมส่วนที่ขาดหายให้สังคมไทย
วิสัยทัศน์ - Vision
พันธกิจ - Missions
2. อบรมและพัฒนาผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ที่สามารถผลิตรายการคุณภาพสำหรับเด็ก
3. รวบรวมสาขาวิชาชีพและวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก
4. ให้เด็กไทยมีโอกาสได้ชมรายการโทรทัศน์คุณภาพสำหรับเด็กอย่างเท่าเทียมกัน
สถานีทีวีเด็ก = ?
1. สถานีที่ไม่หวังผลกำไร (Non-commercial Channels) เช่น
สถานีทีวีไทย การออก event หรือจัดจำหน่ายแผ่นตามโรงเรียน
2. สถานีเชิงพาณิชย์ (Commercial Channels)
- การวางขายแผ่น cd, dvd ณ ร้าน B2S
- สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี 3, 5, 7, 9, 11, และเคเบิ้ลต่างๆ
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น